What to Do for a Sprain, Dislocation or Fracture?

การบาดเจ็บที่เกิดกับกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยและเกิดขึ้นได้กับทุกคน การบาดเจ็บเหล่านี้มักเกิดขึ้นระหว่างการทำกิจกรรมทางกาย อุบัติเหตุ หรือการกระแทกอย่างกะทันหัน การทำความเข้าใจประเภทของการบาดเจ็บ การสังเกตอาการ และการรู้วิธีปฐมพยาบาลสามารถช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นอย่างมาก

บทความนี้นำเสนอเรื่องข้อเคล็ด กล้ามเนื้อหรือเอ็นกล้ามเนื้อฉีก ข้อเคลื่อน และกระดูกหัก พร้อมคำอธิบายและขั้นตอนการปฐมพยาบาลเพื่อจัดการสถานการณ์เหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าคุณจะเป็นนักกีฬา ผู้ปกครอง หรือเพียงต้องการเตรียมพร้อม การเรียนรู้เกี่ยวกับการบาดเจ็บเหล่านี้และวิธีดูแลเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมและทันท่วงที เรียนรู้ไปกับเราเพื่อเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินเหล่านี้ได้ดียิ่งขึ้น

ประเภทของการบาดเจ็บที่เกิดกับกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ

การบาดเจ็บที่เกิดกับ กระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ เป็นอาการที่พบได้บ่อยและ อาจแสดงออกได้หลายรูปแบบ ซึ่งแต่ละรูปแบบต้องได้รับการดูแลเป็นการเฉพาะ

  1. ข้อเคล็ด: ข้อเคล็ดเกิดขึ้นเมื่อเอ็นยึดข้อ ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่เชื่อมกระดูกเข้ากับข้อต่อ ถูกยืดมากเกินไปหรือฉีกขาด มักเกิดเมื่อข้อต่อถูกบังคับให้อยู่ในท่าที่ผิดธรรมชาติ
  2. กล้ามเนื้อหรือเอ็นกล้ามเนื้อฉีก: การบาดเจ็บของกล้ามเนื้อหรือเอ็นกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นเนื้อเยื่อที่เชื่อมกล้ามเนื้อกับกระดูก เกิดขึ้นเมื่อเนื้อเยื่อเหล่านี้ถูกยืดมากเกินไปหรือฉีกขาด โดยมักเกิดจากการหดตัวอย่างรุนแรงหรือมากเกินไป
  3. ข้อเคลื่อน: ข้อเคลื่อนหรือกระดูกเคลื่อนคือภาวะที่ปลายกระดูกอย่างน้อยหนึ่งชิ้นถูกแรงดันให้เคลื่อนออกจากตำแหน่งปกติภายในเบ้าข้อ อาจเกิดจากการกระแทกหรือการบาดเจ็บ ทำให้ปวดมากและขยับไม่ได้
  4. กระดูกหัก: กระดูกหักคือการที่กระดูกแตกหรือร้าว อาจมีความรุนแรงตั้งแต่เล็กน้อยถึงรุนแรง และเกิดจากการกระแทก การหกล้ม หรือการใช้งานมากเกินไป โดยทั่วไปแบ่งเป็นกระดูกหักแบบเปิด (กระดูกทะลุผิวหนังออกมา) หรือแบบปิด (ผิวหนังยังคงไม่ฉีกขาด)
ประเภทของการบาดเจ็บที่เกิดกับกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ

หมายเหตุ: หากส่วนของร่างกายที่ได้รับบาดเจ็บมีอาการปวด ควรหลีกเลี่ยงการใช้งานจนกว่าจะได้รับการตรวจจากบุคลากรทางการแพทย์

สัญญาณและอาการของกระดูกหักหรือข้อเคล็ดที่อาจเกิดขึ้น

สังเกตอาการและสัญญาณของกระดูกหักหรือข้อเคล็ดที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว เพื่อให้การปฐมพยาบาลที่เหมาะสมและทันท่วงที:

  1. ปวดหรือกดเจ็บ บริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ
  2. มีรอยแดงหรือรู้สึกร้อนบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ
  3. บวมหรือมีรอยฟกช้ำบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ
  4. ขยับลำบากหรือใช้งานแขนขาข้างที่ได้รับบาดเจ็บลำบาก
  5. ผิดรูป หรือกระดูกอยู่ในแนวที่ไม่ตรงตำแหน่งเดิม
  6. ไม่สามารถลงน้ำหนัก ที่แขนขาที่บาดเจ็บ
  7. มีอาการชา หรือรู้สึกเสียวซ่า ที่แขนขาที่ได้รับผลกระทบ
  8. มองเห็นกระดูกโผล่ ทะลุผิวหนัง (ในกรณีกระดูกหักแบบเปิด)
  9. สูญเสียการทำงาน หรือมีพิสัยการเคลื่อนไหวลดลงในบริเวณที่บาดเจ็บ

หมายเหตุ: Wหากไม่มีการเอกซเรย์ อาจไม่สามารถบอกได้ว่ากระดูกหัก ข้อเคลื่อน หรือเป็นอาการเคล็ด ไม่ว่าในกรณีใด คุณจะใช้วิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นแบบเดียวกัน

วิธีช่วยเหลือผู้ที่อาจมีกระดูกหักหรือเคล็ด

ปฏิบัติตามขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นเหล่านี้สำหรับผู้ที่อาจมีกระดูกหักหรือเคล็ด:

  1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าจุดเกิดเหตุปลอดภัย: ตรวจสอบความปลอดภัยของคุณและบุคคลนั้น เคลื่อนย้ายวัตถุมีคมหรือวัตถุอันตรายออกจากบริเวณนั้นเพื่อป้องกันการบาดเจ็บ
  2. นำชุดปฐมพยาบาลมา: ขอให้ใครสักคนนำชุดปฐมพยาบาลมา
  3. สังเกตภาวะฉุกเฉิน: สังเกตสัญญาณและอาการของกระดูกหักหรือเคล็ดที่อาจเกิดขึ้น และทำความเข้าใจว่าเมื่อใดสถานการณ์นั้นจำเป็นต้องได้รับการรักษาพยาบาลโดยทันที
  4. ให้บุคคลนั้นอยู่นิ่ง: แนะนำผู้บาดเจ็บไม่ให้ขยับแขนขาที่บาดเจ็บเพื่อป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม
  5. ห้ามเลือดรุนแรงที่อาจเป็นอันตราย: หากมีบาดแผลเปิดและเลือดออกมาก ให้กดเพื่อห้ามเลือดและปิดแผล
  6. ประคบเย็น:
    1. วางผ้าขนหนูบนส่วนของร่างกายที่บาดเจ็บ
    2. วางถุงที่บรรจุน้ำแข็งและน้ำ (หรือถุงประคบน้ำแข็ง) บนผ้าขนหนูเหนือบริเวณที่บาดเจ็บ
    3. ประคบน้ำแข็งไว้ไม่เกิน 20 นาที
  7. ตรึงแขนขาที่บาดเจ็บ: ตรึงด้วยเฝือกชั่วคราวหรืออุปกรณ์คล้องแขนเพื่อป้องกันการเคลื่อนไหวเพิ่มเติม
  8. รักษาอุณหภูมิร่างกาย: หากคุณสังเกตเห็นสัญญาณของภาวะช็อก ให้คลุมบุคคลนั้นด้วยผ้าห่มเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น
  9. ให้ความสบายใจ: ปลอบโยนบุคคลนั้นและช่วยให้เขาสงบระหว่างรอความช่วยเหลือทางการแพทย์มาถึง
  10. ควรขอความช่วยเหลือทางการแพทย์หาก:
    1. มีบาดแผลเปิดขนาดใหญ่ และส่วนของร่างกายที่บาดเจ็บงอผิดรูปอย่างเห็นได้ชัด
    2. คุณไม่แน่ใจว่าควรทำอย่างไร
  11. เฝ้าสังเกตและอยู่กับผู้บาดเจ็บ:
    1. หากบุคคลนั้นไม่ตอบสนอง ให้ตรวจการหายใจอย่างรวดเร็ว
    2. หากบุคคลนั้นหายใจไม่เป็นปกติ ให้เริ่มทำ CPR
    3. อยู่กับผู้บาดเจ็บจนกว่าผู้ที่มีการฝึกอบรมขั้นสูงกว่าจะมาถึงและเข้าดำเนินการต่อ
ขั้นตอนการปฐมพยาบาลเบื้องต้นสำหรับกระดูกหักหรือเคล็ด

หมายเหตุ: การประคบน้ำแข็งบริเวณที่บาดเจ็บช่วยลดอาการบวม การทำให้บริเวณที่บาดเจ็บอยู่นิ่งช่วยป้องกันอันตรายเพิ่มเติม และการขอความช่วยเหลือจากบุคลากรทางการแพทย์ช่วยให้ได้รับการดูแลที่เหมาะสม

เฝือกคืออะไร?

เฝือกคืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่ใช้เพื่อพยุงและตรึงส่วนของร่างกายที่บาดเจ็บหรือกระดูกหัก โดยทั่วไปคือกระดูกหรือข้อต่อ จุดประสงค์หลักคือลดความเจ็บปวดและความเสี่ยงต่อการบาดเจ็บเพิ่มเติม จนกว่าจะสามารถให้การรักษาพยาบาลขั้นสูงได้

เฝือกสามารถใช้กับแขนขา นิ้วมือ หรือนิ้วเท้า หรือส่วนอื่น ๆ ของร่างกายได้ ขึ้นอยู่กับลักษณะและตำแหน่งของการบาดเจ็บ เฝือกมีหลายรูปแบบ เช่น โครงสร้างแข็ง วัสดุนุ่ม หรือการผสมผสานระหว่างทั้งสองแบบ

หมายเหตุ: หากไม่มีเฝือกสำเร็จรูป ให้มองหาสิ่งของที่สามารถช่วยตรึงแขนหรือขาที่บาดเจ็บให้อยู่นิ่งได้ เช่น ผ้าขนหนูม้วน นิตยสาร หรือท่อนไม้ ซึ่งสามารถใช้เป็นเฝือกชั่วคราวได้

ขั้นตอนการใส่เฝือกชั่วคราว

ทำตามขั้นตอนการปฐมพยาบาลต่อไปนี้เพื่อใส่เฝือก:

  1. ตรวจสอบให้แน่ใจว่าบริเวณนั้นปลอดภัย: ก่อนเข้าไปหาผู้บาดเจ็บ ให้ประเมินบริเวณโดยรอบว่ามีอันตรายที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยของคุณและผู้อื่น
  2. ประเมินการบาดเจ็บ: ประเมินความรุนแรงของการบาดเจ็บและพิจารณาว่าจำเป็นต้องดามด้วยเฝือกเพื่อให้อยู่นิ่งหรือไม่
  3. เตรียมชุดปฐมพยาบาล: เตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น ได้แก่ เฝือก วัสดุรอง ผ้าพันแผล และกรรไกร
  4. จัดตำแหน่งแขนขา: ประคองแขนขาที่บาดเจ็บให้อยู่ในตำแหน่งเดิม เพื่อป้องกันความเสียหายหรือความเจ็บปวดเพิ่มเติม
  5. เสริมวัสดุนุ่ม: หากใช้เฝือกแข็ง เช่น ไม้ ให้วางวัสดุนุ่มรองรอบบริเวณที่บาดเจ็บเพื่อช่วยรองรับแรงกระแทกและป้องกันการบาดเจ็บ
  6. ใส่เฝือก: ยึดเฝือกตามแนวยาวของแขนขาที่บาดเจ็บ ให้กระชับพอดีแต่ไม่แน่นเกินไป เฝือกควรยาวกว่าบริเวณที่บาดเจ็บและรองรับข้อต่อทั้งด้านบนและด้านล่างของจุดบาดเจ็บ
  7. ยึดเฝือกให้แน่น: ใช้ผ้าพันแผลหรือสายรัดยึดเฝือกให้อยู่กับที่ โดยระวังอย่ารัดจนขัดขวางการไหลเวียนโลหิต
  8. ตรวจการไหลเวียนโลหิต: ตรวจดูสัญญาณการไหลเวียนโลหิตบกพร่องเป็นระยะ เช่น อาการชาหรือรู้สึกเสียวซ่า และปรับเฝือกหากจำเป็น
  9. ให้แขนขาอยู่นิ่ง: แนะนำผู้บาดเจ็บไม่ให้ขยับแขนขาที่บาดเจ็บจนกว่าจะได้รับการตรวจจากบุคลากรทางการแพทย์
  10. ให้ความสบายใจ: ให้ความมั่นใจและการสนับสนุนแก่ผู้บาดเจ็บ และกระตุ้นให้ผู้บาดเจ็บอยู่นิ่งและสงบ
  11. ขอรับการรักษาพยาบาล: แนะนำให้ผู้บาดเจ็บไปพบแพทย์เพื่อรับการประเมินและการรักษาเพิ่มเติม
ขั้นตอนการใส่เฝือกชั่วคราว

หมายเหตุ: หากกระดูกที่หักทะลุออกมานอกผิวหนังหรืออยู่ในลักษณะคดงอ ห้ามจัดกระดูกให้ตรง. ควรป้องกันบริเวณที่บาดเจ็บไว้จนกว่าผู้ที่มีการฝึกอบรมขั้นสูงกว่าจะมาถึงและเข้ารับช่วงต่อ

ขั้นตอนการใช้เฝือกชั่วคราวกับแขนด้วยตนเอง

หากไม่มีสิ่งใดใช้ทำเฝือกชั่วคราวได้ ผู้บาดเจ็บสามารถใช้แขนอีกข้างประคองแขนที่บาดเจ็บให้อยู่กับที่ ให้ผู้บาดเจ็บวางมือพาดบนหน้าอก แล้วใช้แขนอีกข้างประคองให้อยู่กับที่

สรุป

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการบาดเจ็บของกระดูก ข้อต่อ และกล้ามเนื้อ รวมถึงการรู้วิธีจัดการกับอาการเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับทุกคน การบาดเจ็บเหล่านี้พบได้บ่อยและอาจเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดระหว่างกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การสังเกตสัญญาณและอาการ รวมถึงการปฐมพยาบาลอย่างเหมาะสมจะช่วยให้กระบวนการฟื้นตัวดีขึ้นอย่างมาก และป้องกันภาวะแทรกซ้อนเพิ่มเติมได้

อย่าลืมให้ผู้บาดเจ็บอยู่นิ่ง ประคบเย็น และขอความช่วยเหลือทางการแพทย์จากผู้เชี่ยวชาญเมื่อจำเป็น ด้วยความรู้และทักษะที่อธิบายไว้ในบทความนี้ คุณจะเตรียมพร้อมรับมือกับการบาดเจ็บลักษณะนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น และให้การดูแลที่จำเป็นในภาวะฉุกเฉินได้ จงติดตามข้อมูลข่าวสารและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนรอบข้าง

เตรียมพร้อมรับมืออย่างมั่นใจ

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นที่ทำงาน ที่บ้าน หรือระหว่างกิจกรรมในชีวิตประจำวัน การมีหลักสูตรการปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่เหมาะสมจะช่วยให้คุณดูแลและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นได้ทันทีจนกว่าความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญจะมาถึง

👉 ฝึกอบรมกับ Bangkok First Aid และพัฒนาทักษะภาคปฏิบัติที่ช่วยให้คุณรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ติดต่อเราตอนนี้!

ทิ้งข้อความไว้

ความคิดเห็นทั้งหมดจะถูกตรวจสอบก่อนที่จะเผยแพร่